แต่งตัวให้หล่อ ก่อนไปขอสินเชื่อ!!!!
เอ๊ะๆๆๆ ฟังดูหัวข้อแปลกๆไหมคะ แต่งตัวให้หล่อ คืออะไร? ทำไมต้องแต่งตัวให้หล่อ มันเกี่ยวอะไรกับการไปขอสินเชื่อเนี่ย แต่งตัวธรรมดา แต่งแบบที่เราเคยเป็น แต่งในรูปแบบของเรา มันจะขอสินเชื่อไม่ได้หรือไงนะ เสื้อผ้าหน้าผมมันเกี่ยวอะไรกัน
เฉลยๆ เลยแล้วกัน การแต่งตัวให้หล่อ คือการเตรียมพร้อมในการขอสินเชื่อ ไม่ได้เกี่ยวกับเสื้อผ้าหน้าผมหรอกค่ะ แต่หมายถึงการเตรียมตัวเองให้พร้อมในทุกๆ เรื่องนั้นเอง เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาและโอกาส ชนิดที่ว่ายื่นขอสินเชื่อครั้งเดียวแล้วให้ผ่านเลย เพราะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยยื่นกู้ขอสินเชื่อ ก็มักไม่ทราบขั้นตอน วิธีการเตรียมตัวต้องทำอย่างไร และเงื่อนไขของธนาคารจะเป็นอย่างไร
มาเลย... เดี๋ยวเอาวิธีการแต่งตัวให้หล่อไปใช้กันนะ การเตรียมตัวให้เข้าตามเกณฑ์ของธนาคารจะเตรียมอย่างไร จะแบ่งรายละเอียดออกเป็น หัวข้อหลักๆก็แล้วกัน รับรองหล่อแน่ ใครบ้างไม่ชอบคนหล่อใช่ไหมคะ
1. ทำประวัติเราให้ดี
ก่อนที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้กับใคร ธนาคารมักจะไปใช้บริการบริษัทที่ชื่อว่าเครดิตบูโร เพื่อตรวจดูประวัติการชำระสินเชื่อต่างๆของตัวเราว่า เราประวัติเป็นยังไง จ่ายช้ามั้ย หรือว่ามีไม่จ่ายอะไรหรือเปล่า ถ้าชื่อเราขึ้นในเครดิตบูโรว่ามีการค้างชำระ บอกเลยว่าโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้นั้นยากอยู่เหมือนกันนะ เพราะตอนนี้มีเคสเข้ามาขอเงินกู้กับธนาคารเป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้ามีคน 2 คน คนหนึ่งไม่มีสถานะขึ้นในเครดิตบูโร กับอีกคนมีประวัติเสียอยู่ ธนาคารก็คงเลือกอนุมัติเงินกู้ให้กับคนที่ประวัติสวยๆ น่าจะดีกว่าแน่นอน อย่าลืมนะ ผ่อนให้ตรง อย่าล่าช้า แค่นี้เอง ผ่อนช้า ไม่ตรงงวด เครดิตบูโรจะแสดงรายงานให้ ธนาคารทราบทันที ด่านนี้ไม่ผ่านด่านต่อไปก็ไม่ผ่านนะคะ
2. เดินบัญชีก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการ “กู้เงิน”
สำหรับมนุษย์เงินเดือนไม่น่าจะมีปัญหาข้อนี้สักเท่าไหร่ เพราะยังไงก็มีเงินเดือนโอนเข้ามาทุกเดือนอยู่แล้ว แล้วถ้าจะให้ดีน่าจะมีเงินฝากวางนอนนิ่งไว้ในบัญชี อารมณ์ประมาณว่ามีเงินนิ่งอยู่แล้วประดับไว้ในบัญชี ไม่ใช่เงินเข้ามาออกหมด แบบนี้ธนาคารก็คงเห็นความเสี่ยงตรงนี้อยู่เหมือนกันแต่ถ้าสำหรับเจ้าของกิจการ การเดินบัญชีถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องเดินบัญชีให้สวยๆมีเงินเข้าอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน คนที่เดินบัญชีได้ดี มีเงินเข้าตลอด ก็มีโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้ก็สูงขึ้น เพราะธนาคารจะมองว่ามีลูกหนี้จำนวนมากพอที่จะนำเงินมาทยอยคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้
3. ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองให้ดี
ธนาคารส่วนใหญ่จะอนุมัติวงเงินให้ไม่เกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า เวลาที่เราผ่อนชำระกับทางธนาคารเราจะมียอดที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือน เงินที่ผ่อนชำระคืนให้กับธนาคารนั้นต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ที่เราได้รับในแต่ละเดือนโดยทั่วไปถ้าเป็นการขอเงินกู้เพื่อไปซื้อบ้าน การกู้ทุกๆ 1,000,000 บาท มักจะต้องผ่อนชำระคืนธนาคาร 7,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 30 ปี นั่นแปลว่าถ้าเรารายได้ 50,000 บาท วงเงินที่เราจะสามารถของอนุมัติกับทางธนาคารได้จะประมาณ 3,000,000 บาท นั่นเอง
4. ผ่อนสินค้าหรือเป็นหนี้อื่นๆให้น้อยที่สุดก่อนไปขอเงินกู้
ในระบบของเครดิตบูโรนั้น ก็จะขึ้นโชว์ทั้งหมดว่าปัจจุบันเราผ่อนชำระอะไรอยู่บ้าง แน่นอนว่าถ้าเราผ่อนสินค้าอื่นๆอยู่ ธนาคารก็นับรวม 40% ในข้อ 3 ด้วย ดังนั้นก่อนไปกู้เงินต้องพยายามเคลียร์รายการผ่อนชำระอื่นให้หมดก่อน เพื่อที่จะได้ไม่กระทบวงเงินที่อนุมัติ
5. เตรียมเอกสารในการขอเงินกู้ให้พร้อม
สิ่งที่มีปัญหากันมากที่สุดของคนไปขอเงินกู้กับทางธนาคาร ก็คือ เอกสารไม่สมบูรณ์ ทางที่ดีที่สุด เราควรเดินเข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าถ้าต้องการขอเงินกู้นั้นต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แล้วจดมาเตรียมให้ครบ เพราะเวลาที่เรายื่นเข้าไปแล้วเอกสารไม่ครบ ก็จะยิ่งทำให้ขั้นตอนการอนุมัติต่างช้าๆหรืออาจจะถูกปฏิเสธออกมาเลยก็เป็นได้ การที่ธนาคารบอกกล่าวปฏิเสธแล้วรอบหนึ่ง การขอรอบต่อไปก็จะยิ่งทำได้ยากมากขึ้นด้วยทั้งหมดนี้คือเทคนิค 5 วิธีที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังเดินเข้าไปธนาคารเพื่อขอกู้ เตรียมเป็นลูกหนี้มือใหม่ (หรือบางคนก็เคยเป็นจนกลายเป็นมือเก่าไปแล้ว) อย่างไรก็ตามเราก็ควรตรวจสอบและสำรวจตัวเองก่อน เราสามารถเช็คลิสต์ข้อควรระวังก่อนการขอสินเชื่อส่วนบุคคลกันก่อน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณภาพชีวิตของเราจะไม่ต่างไปจากเดิมก่อนที่เราจะเป็นหนี้นั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น